OCTOBER: GOLDEN Ladakh (10 คืน 10 วัน)


 

ช่วงเวลาเดินทาง : 9 - 18 ตุลาคม 2020 (10 คืน 10 วัน)
(ปิดทริปเมื่อสมาชิกเต็ม หรือภายในวันที่ 15 กันยายน 2020)

ราคา: 23,000 บาท/คน (ราคาทริป...ไม่รวมตั๋ว) ลูกทริปที่เคยไปกับเราแล้ว ลด 1,000 บาท

--------------------------------- 

จำนวนผู้เดินทาง: 5 คนเดินทางได้เลย! รับไม่เกิน 9 คน

--------------------------------- 

ตั๋วเครื่องบิน: บิน Air India รวม 4 เที่ยวอยู่ที่ 17,xxx - 20,xxx (สะดวกซื้อเองได้ หรือ Inbox เพื่อให้เราซื้อตั๋วให้ก็ได้นะ) ราคาขึ้นลงแล้วแต่วันนะ หมั่นเช็ค ราคาพอใจแล้วจัดการสอยได้เลย!

วีซ่า: 
E-Tourist Visa สามารถยื่นเองได้ หรือให้เราจัดการเอกสารออนไลน์และยื่นให้ทั้งหมดก็ได้ค่ะ

ราคาใช้จ่ายรวม: โดยประมาณ 4x,xxx - ตลอดทริป

รถที่ใช้: ใช้ TEMPO TRAVELLER 1 คัน

สภาพอากาศ: อากาศเริ่มหนาวมาก กลางคืนอุณหภูมิอาจจะลงถึง 0 องศาหรือติดลบเลยก็ได้ ใบไม้เริ่มเปลี่ยนสี สวย เหงาและหนาว

โปรแกรมการเดินทาง

Day 1/ 9 OCT 2020 : Bangkok - New Delhi
 

ใช้บริการของ AIR INDIA เที่ยวบินที่ AI 335 ถึงสนามบินนิวเดลีในประเทศอินเดียราวๆ 00:10  ผ่านกระบวนการตรวจคนเข้าเมือง แล้วรอต่อ Connection Flight ไปยังเมืองเลห์ .... ผู้นำทริปจะไปเจอที่เกท 1-2 ชั่วโมงก่อนเดินทาง วันนี้ทรมานนิดหนึ่ง นอนเล่นพักผ่อนกันที่สนามบินไปพลางๆ ก่อนนะจ๊ะ

(Overnight in DELHI Airport) 

Day 2/ 10 OCT 2020 : New Delhi – Leh 

รถรอรับที่สนามบินเลห์ เข้าที่พัก วันนี้ใช้เวลาในการปรับตัว ค่อยๆ เดิน แบบ Slow Life อีกอย่างเราต้องใช้เวลาหนึ่งวันในการทำใบอนุญาตหรือ Permit เพื่อเข้าที่เที่ยวในทะเลสาบปางกองและนูบร้า วัลเลย์ วันนี้เที่ยวใกล้ๆ ในตัวเมืองกันก่อน ช่วงบ่ายไป Leh Palace, Namgyal Tsemo, Tsemo Fort  ปิดท้ายชมพระอาทิตย์ตกที่ Shanti Stupa ที่ซึ่งมองลงมาจะเห็นตัวเมืองเลห์ท่ามกลางหุบเขา สวยบาดตามาก 


(Overnight in Leh) 

Day 3 / 11 OCT 2020 : Around Leh Sight Seeing 
วันนี้เที่ยวรอบๆ เลห์ เดินทางไปชมพระราชวัง พระราชวังเชย์ (Shey Palace) / ชมวัดติกเชย์ (Thikshey Monastery) งัดที่สวยที่สดในเลห์ / วัดเฮมิส (Hemis Monastary) วัดที่ใหญ่ที่สุดในเลห์ วกกลับเข้าเลห์ผ่านวัดเมโธ (Metho Monastery) ที่มองกลับมาเห็นวิววัด Thikshey สวยงามมาก และแวะ Stok Village หมู่บ้านเล็กๆ ที่เป็นที่ตั้งของ Stock Palace วังและพิพิธภัณฑ์ที่ยังมีเชื้อพระราชวงศ์อาศัยอยู่ กลับเข้าที่พักในเลห์ เดินเล่นตามอัธยาศัย 

(Overnight in Leh)

Day 4/ 12 OCT 2020 : Leh – Alchi - Lamayuru  (136 Kms)
ออกเดินทางไปยังวัดเมืองลามายูรุ (Lamayuru Monastary), ระหว่างทางแวะ Likir Monastary, Magnetic Hill, แวะ Moonland, วัดอาชิ ในเมืองอาชิ (Alchi Monastary) วัดที่มีภาพเขียนศาสนพุทธ เก่าแก่กว่าพันปีที่ เข้าที่พักบริเวณลามายูรุ 
(Overnight in Lamayuru)

Day 5/ 13 OCT 2020 : Lamayuru - Leh (136 Kms)
เที่ยววัดเมือง ลามายูรุ (Lamayuru Monastary) กลับเข้าเมืองเลห์ช่วงบ่าย / เดินเล่นอิสระ

(Overnight in Leh)

Day 6/ 14 OCT 2020 : Leh – Turtuk Village (203 Kms)
วันนี้ออกเดินทางแต่เช้า ข้ามผ่านถนน คาร์ดุงลา (KardungLa Pass) ถนนที่ขึ้นชื่อว่า สูงที่สุดในโลก ขึ้นๆ ลงผ่านยอดเขา ไหล่เขา ทิวเขา และ หุบเขาสู่ นูบร้า วัลเลย์ (Nubra Valley) แล้วเดินทางต่อไปยัง Tur Tuk Village หมู่บ้านริมชายแดนอินเดีย - ปากีฯ ที่เพิ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าเมื่อปี 2009 นับว่ายังใหม่และสดมาก คืนนี้เข้าที่พักแบบเกสต์เฮ้าส์
(Overnight in Tur Tuk Village)

Day 7/ 15 OCT 2020 : Turtuk Village - Nubra Valley (80 Kms)
เก็บเกี่ยวบรรยากาศและถ่ายรูปวิถีชีวิตกันให้อิ่มใจ เสร็จแล้วกลับมายัง Nubra Valley หุบเขาที่มีทั้งหมู่บ้าน ทุ่งดอกไม้ และทะเลทราย แวะขี่อูฐ 2 หนอก ซึ่งมีเพียงที่นี่ เท่านั้น จากนั้นเข้าที่พักแบบเกสท์เฮ้าส์ ในหมู่บ้านฮุนดร้า
(Overnight in Hunder Village)

Day 8/ 16 OCT 2020 : Nubra Valley - Pangong (Tangse)
วันนี้เดินทางผ่านเส้นทางเรียบแม่น้ำ Shayok ไปยังทะเลสาปแปงกอง เดินทางกันทั้งวัน แต่เส้นทางนี้สวยมาก แวะถ่ายรูปได้ตลอดทาง
จากนั้นเข้าที่พักที่หมู่บ้าน Tangse ซึ่งอยู่ห่างจากทะเลสาปแปงกองประมาณ 36 กิโลเมตร
(Overnight in Tangse Village)

Day 9/ 17 OCT 2019 : Pangong Lake - Leh
เยี่ยมชมทะเลสาบแปงกอง (PangongLake) ทะเลสาบน้ำเค็มที่สูงที่สุดในโลก สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 4300 เมตรซึ่งอยู่คาบกลางระหว่างจีนและอินเดีย ถ่ายรูปกันให้พอแล้ว เดินทางแต่เช้าอีกวัน แล้วข้ามผ่านถนนจางลา (Chaga la Pass) ที่ความสูงกว่า 5000 เมตรจากระดับน้ำทะเล ถนนสายนี้มีหิมะปกคลุมตลอดทั้งปี มุ่งหน้าสู่ กลับเลห์
** มาช่วงนี้จะไม่ได้เห็นเจ้าตัวตุ่นหิมาลัย  หรือ Himalayan Marmoth แน่นอน เพระาอากาศหนาวเกินไป เจ้าตุ่นเริ่มเก็บเสบียงหลบหนาวกันหมดแล้วจ้า
(Overnight in Leh)

Day 10 / 18 OCT 2020 : Leh - Delhi - Bangkok
ส่งสนามบิน เดินทางกลับไปเดลี (ถ้าใครต้องการออกมาเที่ยวเดลีก่อนบินกลับกรุงเทพฯ ก็สามารถทำได้) แล้วต่อเครื่องกลับกรุงเทพฯ 


ภาพจากทริปแรก ตุลาคม 2018https://www.amperjaitravel.com/17070309/goldem-ladakhoctober-2018
ภาพจากทริป ตุลาคม 2019https://www.amperjaitravel.com/17177764/golden-ladakh-oct-2019

** ราคานี้ "รวม"

• ค่าที่พักทุกคืนพร้อมอาหารเช้า ตลอดทริป
• ค่าที่พักที่ Nubra Valley พร้อมอาหารเช้า และ อาหารเย็น
• ค่าที่พักที่ Lamayuru พร้อมอาหารเช้า และ อาหารเย็น
• ค่าเช่ารถพร้อมคนขับตลอดทริป (Ladakh) ตั้งแต่รับที่สนามบินเลห์ จนกระทั่งส่งสนามบินเลห์

• ค่าน้ำมัน ค่าทางด่วน ค่าจอดรถ และค่าภาษีต่างๆ 

• ค่า Inner Permit หรือ ใบอนุญาตเช้าเยี่ยมชมทะเลสาป ปางกองและนูบร้า วัลเลย์

*ราคานี้ “ไม่รวม”

• ค่าตั๋วเครื่องบินและค่าวีซ่า
• ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ

• ค่าอาหารกลางวันและอาหารเย็นในวันที่ไม่ได้ระบุในโปรแกรม

• ค่าเครื่องดื่มต่างๆ 

• ค่าขี่อูฐที่นูบร้า วัลเลย์

• ค่าทริปเด็กเสิร์ฟ เด็กยกกระเป๋า และคนขับรถวันละประมาณ 100 รูปี/คน หรือตามความพึงพอใจ


** หมายเหตุ*
- เนื่องจากลาดักห์เป็นเขตที่สูง และ อากาศเบาบาง ใครที่สุขภาพไม่ค่อยแข็งแรงควรพิจารณาตัวเองก่อนจองทริปนะคะ!
- เนื่องจากลาดักห์เป็นเขตที่สูง การเดินทางลำบาก และบางทีมีดินถล่ม ทางปิด อากาศแปรปรวนบ่อยครั้ง โปรแกรมจึงอาจเปลี่ยนแปลงได้ความความเหมาะสมและต้องเอาความปลอดภัยของทุกคนเป็นที่ตั้ง!!


 

การจองทริป


1. ส่งแบบฟอร์มยืนยันการเดินทางด้านล่าง
2. โอนมัดจำทริป 5,000  บาทเข้าบัญชีด้านล่าง (เงินมัดจำส่วนนี้ไม่คืนนะจ๊ะ)
     น.ส. เนตรทราย อินทรเจริญศักดิ์
    ธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่  372-217409-4
    ธนาคารกสิกรไทย เลขที่  568-2-05142-8

     จำนวนเงินส่วนที่เหลือจ่าย 15 วันก่อนออกเดินทาง!

3. จองตั๋ว จัดการวีซ่า แล้วก็ลุย!

ทริป "GOLDEN LADAKH"

อยากไปดูลาดักห์ ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี เหลืองอร่าม ฟ้าคราม และหนาวมาก!!
Visitors: 46,882