DELHI for the Weekend (3 คืน 4 วัน) กำลังเขียนโปรแกรม

Day 1: Friday xx March 2021

เริ่มต้นวันนี้ด้วยการไปเยี่ยมชม คูตุ๊ป มีนาร์ คอมเพล็ก (Qutub Minar Complex)

Qutub คือ ชื่อกษัตรย์ผู้เริ่มสร้าง และ Minar แปลว่าหอคอย) เป็นโบราณสถานที่ประกอบด้วยซากปรักหักพังของเสาอาคาร เสาเหล็ก ซากวัดฮินดู ซากวัดเชน ที่สร้างทับด้วยสุเหร่า หลุมฝังศพ (ซึ่งตอนนี้ก็เหลือแต่ซากเช่นกัน) โดยมี หอคอยคูตุ๊ป สูง 73 เมตรตั้งอยู่ใจกลางโดดเด่นเป็นสง่า ประหนึ่งหอคอยแห่งชัยชนะที่กษัตริย์โมกุลสามารถเข้ายึดครองเดลีได้ สภาพอาคารสมบูรณ์ รอบๆ แกะสลักด้วยอักษรสันสกฤต หอคอยคูตุ๊ปเริ่มสร้างครั้งแรกในสมัยกษัตริย์โมกุลนามว่า คูตุ๊ปบุตดิน ไอเบ็ค (Qutubuddin Aibak) ในปีค.ศ. 1192 และสร้างเสร็จในอีกเกือบ 100 ปีต่อมา หอคอยคูตุ๊ปได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกในแง่ศิลปะสถาปัตยกรรมรูปแบบอิสลามที่โดดเด่นสวยงาม ปัจจุบันหอคอยคูตุ๊ปเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของเดลีด้วยนะ

จากนั้น ไปใช้เงินรูปีกันที่ตลาด "Dastkar Nature Bazaar" (เปิด 11 a.m. to 7 p.m., daily ปิดวันพุธ) ตลาดงานมือ จัดโดยองค์กรเล็กๆ ที่มีพ่อค้าแม่ค้านำสินค้าของตน ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาขายจากทั่วสารทิศในอินเดีย ตลาดเล็กๆ แต่มีของเจ๋งๆ ราคาต่อรองได้บ้างไม่ได้บ้าง มีของสวยๆ แนวๆ  เพียบ! 

รับประทานอาหารกลางวัน แล้วเดินทางไปชมพิพิธภัณฑ์แห่งชาติเดลี (National Museum)
พิพิธภัณฑ์แห่งชาติเดลี หนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่ดีที่สุดในอินเดีย เป็นสถานที่เก็บรวบรวมวัตถุโบราณคอลเลคชั่นเก่าแก่และหาดูได้ยาก ตั้งแต่ยุคอารยธรรมลุ่มแม่น้ำสินธุ เครื่องประดับโบราณ งานแกะสลักเหรียญเก่าแก่ และที่เก็บพระบรมสารีริกธาติของพระพุทธเจ้าด้วย

แวะถ่ายรูปที่ถนน Shanti Path Road ซึ่งเป็นถนนสายที่ตั้งของสถานทูตหลายหลายประเทศ แน่นอนว่าถนนเส้นนี้สวยงามและประดับประดาด้วยสวนดอกไม้ ช่วงต้นมีนาคมแบบนี้ดอกไม้บานสะพรุ่งสวยงามจนไม่คิดว่าที่นี่เดลี!

3:30 p.m.: Spend the rest of the afternoon and evening at Hauz Khas Village, about 20 minutes away, where hip meets medieval heritage. If you're starting to feel tired, make Kunzum Travel Cafe your first stopRevive yourself with coffee and cookies, and only pay what you like.

4:30 p.m.: Explore some of the historical sites around Hauz Khas, which are just meters away from Kunzum Travel Cafe. Hauz Khas (meaning "royal tank") gets its name from the 13th century reservoir there, which now has a paved walking track around it. Of note are the remains of a fort, a 14th century madrasa (an institution for Islamic learning), mosque, and tomb of Firuz Shah (who ruled over the Sultanate of Delhi from 1351 to 1388). The setting is particularly picturesque at dusk.

6 p.m.: Return to Hauz Khas Village and stroll through its atmospheric narrow lanes, boutiques and art galleries.

8 p.m.: Choose from the many enticing options for dinner. For gourmet south Indian food try Naivedyam or Coast Cafe. Not in the mood for Indian cuisine? Head to Elma's Bakery Bar & Kitchen for decent Continental food. Alternatively, Yeti The Himalayan Kitchen serves authentic Tibetan and Nepalese cuisine.

10 p.m.: Still have energy? Kick on at a bar! Hauz Khas Village is a hot party destination on weekends. Our picks are Lord of the Drinks (inside the Deer Park, Hauz Khas) for a garden setting. Hauz Khas Social (9A and 12 Hauz Khas Village) for a lively ambiance. Summer House Cafe, Bandstand, or Auro Kitchen & Bar (all located in Aurobindo Place Market just outside Hauz Khas Village) for live music and DJs.

Day 2:

วันนี้ไปเยี่ยมชมมรดกโลกอีกแห่งหนึ่งของเดลี "สุสานหุมายูน (Humayun Tomb)" ที่นี่เป็นสุสานสร้างด้วยหินทรายแดง เป็นที่ฝังศพของพระเจ้าหุมายูน กษัตริย์องค์ที่สองของราชวงศ์โมกุล สร้างขึ้นปี ค.ศ. 1565 โดยสถาปนิกชาวเปอร์เชียชื่อ มิรัค มีร์ซา กิยาส อำนวยการสร้างโดยพระนางหะมิดะ ภาณุ เบกุม มเหสีองค์หนึ่งของพระองค์ (ซึ่งพระองค์ทรงมีหลายคน) ใช้เวลาสร้างรวม 7 ปี

ความโดดเด่นของสุสานหุมายูนอยู่ที่ สวนที่มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสหลายอันมาต่อกันเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสใหญ่ นับเป็นสุสานที่มีสวนแห่งแรกในอนุทวีป เป็นศิลปะผสมโมกุลกับอิสลาม ด้วยความยิ่งใหญ่และสวยงาม พระเจ้าชาห์ จาฮัน ผู้เป็นเหลน จึงได้แรงบันดาลใจจากสุสานแห่งนี้ไปสร้าง ทัชมาฮาล ที่เมืองอัครา (Agra)

พ่อค้าวาณิชย์ชาวอังกฤษคนหนึ่ง ได้สาธยายความงดงามการตกแต่งภายในของท้องพระโรงกลางไว้ว่า มีพรมประดับมากมาย มีกระโจมเล็กและผ้าขาวสะอาดคลุมจุดที่ฝังพระศพ มีคัมภีร์กุรอาน ดาบ ผ้าโพกพระเศียร และรองพระบาท ตั้งอยู่ด้วย ปัจจุบันสิ่งของเหล่านี้ไม่อยู่แล้ว

หลังพระเจ้าหุมายูนสวรรคต พระเจ้าอัคบาร์ พระโอรสได้ย้ายเมืองหลวงไปยังเมืองอัครา (Agra) ส่งผลให้สุสานหุมายูนขาดการดูแล ชาวบ้านเข้ามาทำไร่ยาสูบ เป็นที่ลี้ภัยของชาวมุสลิมยามสงคราม สุสานอยู่ในสภาพที่ทรุดโทรม สวนก็เสียหายมากมาย จนกระทั่งสุสานหุมายูนได้รับยกย่องให้เป็นมรดกโลก จึงได้มีการบูรณะฟื้นฟูอย่างจริงจัง และใช้เวลาถึง 10 ปี จึงได้เป็นสภาพที่เราได้เห็นอยู่ในปัจจุบัน

เสร็จแล้วเราจะพาเดินลัดเลาะไปในตลาดเล็กๆ หลังสุสาน ชื่อ Nizamuddin East Market ที่นี่มีร้านเล็กๆ ไฮไลท์ของที่นี่คือ Anokhi's discount store ร้านสินค้าที่ไม่ผ่าน QC ของแบรนด์ Anokhi (แต่เราว่าก็ยังสวยอยู่ ไม่ต่างกับของในร้านหลักเลยนะ) ที่นี่จะมีของยี่ห้ออโนกี้ลดราคาราวๆ 40% จากป้าย

เดินทางต่อไปพิพิษภัณฑ์งานฝีมือของอินเดีย (National Handicraft and Handlooms Museum) 

When TIME magazine called it one of the weirdest museums in the world, the Sulabh International Museum of Toilets probably took it as a compliment. The museum traces the history and development of toilets around the globe and even houses a collection of toilet-related poems. The objective behind this unusual idea is to raise awareness about sanitation issues in the country.


12:30 p.m.: Have lunch at Dilli Haat (opposite INA Metro Station, South Delhi. Open daily from 10 a.m. to 10 p.m.), set up by the government to give the feel of a village market (called a haat). It's a popular place to eat and shop for souvenirs from the artisans who come to sell their wares. The food court offers cuisine from the various states in India, including some delicious momos from northeast India. (Entry fee: 100 rupees for foreigners and 30 rupees for Indians. 20 rupees for children). If you want to buy clothes, nearby Sarojini Nagar market (closed Mondays) has export-surplus brand names at throwaway prices. These tips for bargaining will help you get the best deals.

DAY 3:  Mon xx March 2021
ออกจากโรงแรมแต่เช้า เยี่ยมชม สวนสาธารณะโลดี้ (Lodhi Gardens)  อดีตที่นี่เคยเป็นราชวัง และสุสานของราชวงศ์โลดี้ (ปกครองเดลีราวๆ ศตวรรษที่ 15 - 16) ราชวงศ์ฮินดูราชวงศ์สุดท้ายก่อนที่เดลีจะถูกครองครองโดยราชวงศ์โมกุล อังกฤษเข้ามาปกครองเดลีและปรับเปลี่ยนที่นี่ให้เป็นสวนสาธารณะ ปัจจุบันที่นี่คือสวนที่ชาวเดลีมาออกกำลังกายตอนเช้า พาครอบครัวมาปิคนิคในวันหยุดวันเสาร์อาทิตย์ และมาพักผ่อนยามเย็นทุกวัน


แวะกินของเล่น ที่ All American Diner inside ณ India Habitat Center (อยู่ฝั่งตรงข้ามกับสวนสาธารณะโลดี้)

เดินเล่นถ่ายรูปกันในเขต Lodhi Art District (669 to 673 Second Avenue, Block 6, between Khanna Market and Meharchand Market, Lodhi Colony) แกลอรี่ภาพกราฟฟิตี้แห่งแรกในอินเดีย ที่รวมงานเพ้นท์ งานพ่นจากศิลปินต่างชาติและศิลปินในอินเดียกว่า 30 ภาพ (หรือมากกว่า) แต่ละภาพเพ้นท์บนฝาผนังของย่าน Lodi Colony ภาพแล้วภาพเล่า ทุกตรอกทุกถนนมีภาพเขียน ดูและถ่ายรูปกันให้เหนื่อยไปข้างหนึ่งเลย

เหนื่อยแล้วไปพักร่าง ทานอาหารและช๊อปปิ้งกันที่ตลาดข่าน (Khan Market) ตลาดไฮโซแห่งเดลี มีอาหารให้เลือกทั้งจีน อินเดีย และอาหารฝรั่ง อีกทั้งมีคาเฟ่เล็กๆ ให้นั่งพักกันด้วย แน่นอนว่ามีร้านค้าสำหรับสินค้าแบรนด์ดังให้เลือกช๊อปฯ กัน ทั้งร้าน Anokhi, Fab India, Good Earth ฯลฯ


พักเหนื่อยแล้ว เยี่ยมชม Gandhi Smitri ที่ที่มหาตมะ คาธีถูกสังหาร วันที่ 30 มกราคม 1948 ทุกอย่างในห้องถูกทิ้งไว้ในลักษณะเดิม พร้อมด้วยมีการจัดแสดงภาพเขียนและงานแกะสลักไว้ให้ชมด้วย

Day 4:
*วันนี้เราจะเปลี่ยนบรรยากาศมาใช้รถไฟฟ้าใต้ดินในการเดินทางกันค่ะ*
เริ่มต้นวันสุดท้ายในเดลีด้วยบ่อน้ำชั้นบันได Ugrasen Ki Baoli หรือ Agrasen Ki Baoli ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางตึกออฟฟิตอินเตอร์ฯ สูงใหญ่ จนไม่น่าเชื่อว่าจะมีความงามแบบขลังๆ นี้ซ่อนอยู่

Ugrasen Ki Baoli เป็นบ่อน้ำขั้นบันไดโบราณแบบ Chan Baori แถวจัยปูร์ สร้างขึ้นมาก็ด้วยเหตุผลเดียวกัน เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ยามแห้งแล้ง แม้จะไม่อลังการเท่า หากแต่ด้วยสภาพที่ตั้ง รายร้อมด้วยตึกสมัยใหม่ที่สร้างกันสูงขึ้นๆ ราวจะทะยานสู่ฟ้า แต่ Ugrasen Ki Baori กลับเป็นสิ่งก่อสร้างโบราณเพียงแห่งเดียวย่านนี้ที่มีโครงสร้างย้อนศรลงสู่ดิน

จากนั้นเดินเล่นเก็บบรรยากาศไปยัง คอนนอห์ท เพลส (Connaught Places) ย่านธุรกิจใจกลางเดลี ช๊อปปิ้งสินค้าแบรนด์

แวะทานข้าวและช๊อปิ้งกันที่ตลาดงานฝีมือ Dilli Haat 

"DILLI" คือ เดลี สะกดตามที่คนอินเดียออกเสียงว่า "ดิลลี" (Delhi) ส่วน Haat แปลว่า “ตลาด”

ที่นี่เป็นเหมือน “จตุจักรเดลี” คือ เป็นตลาดกล้างแจ้ง แหล่งรวมงานฝีมือจากทุกภาคส่วนในอินเดีย บริหารงานโดย การท่องเที่ยวเดลี (Delhi Tourism) เป็นตลาดปิด คำว่า “ปิด” ในที่นี้คือ มีรั้วรอบขอบชิด ต้องจ่ายค่าเข้า แต่เดิมที่นี่เป็นเหมือนศูนย์รวม OTOP จากหลายๆ รัฐทั่วอินเดีย โดยจะมีการสลับหมุนเวียนเปลี่ยนร้านที่เข้ามาขายทุกๆ 15 วัน ของจะไม่ค่อยซ้ำ และเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ผลิต พบ ผู้บริโภคโดยตรง ข้างในยังมี Food Court ที่รวมอาหารจากหลายๆ รัฐทั่วอินเดีย ราคารับได้ ใครไม่ช๊อปฯ ก็ลองอาหารร้านโน้น ร้านนี้ อยู่กันได้ทั้งวันไม่เบื่อ!

10 a.m.: Walk 15 minutes to the elegant Imperial Hotel (Janpath, Connaught Place) for morning tea or coffee at its splendid, glass-domed Atrium Tea Lounge. The Imperial is one of the top luxury hotels in Delhi, housed in a restored early 1930s Colonial-style building with impeccable old-world atmosphere. Do wander around before you leave.

12:30 p.m.: Have lunch at Connaught Place. There are many options to choose from, depending on your palate. Parikrama (22 Antriksh Bhavan, Kasturba Gandhi Marg, Connaught Place) is a revolving restaurant with city views, serving Indian and Chinese food. The menu at Zaffran (Hotel Palace Heights, D-26/28, Inner Circle, Connaught Place) features Punjabi and Mughlai specialties. Fascinating Junkyard Cafe (91 N Block, Outer Circle, Connaught Place) is adorned with re-purposed and up-cycled trash. Here are some more suggestions as to what to eat in Connaught Place.

1:30 p.m.: Spend some time exploring Connaught Place, where there's something for everyone including art galleries and historic shops. Khadi Gramodyog Bhavan (24 Regal Building, Connaught Place) promotes India's khadi (hand-woven cotton cloth) industry. It's possible to browse for hours at the Oxford Bookstore (N-81 Connaught Place). Ram Chandra and Sons (D-1, Odeon Building, Connaught Place) is India's oldest toy store and opened there in 1935. Dhoomimal Gallery (G-42, Outer Circle, Connaught Place. Closed Sundays) dates back to 1936 and is India's oldest contemporary art gallery. It's part of a mega art complex that also includes a sculpture gallery, art museum, and art library. The newer Dhoomimal Art Center (A-8, Inner Circle, Connaught Place. Closed Sundays) is also a must-visit for art lovers. Indian Arts Palace (E-19, Radial Road 7, Connaught Place) attracts collectors from all over the world. Mahatta & Company (M-59, Connaught Place) is Delhi's first full-service photography store.

3:30 p.m.: Rest and recharge at Indian Coffee House (2nd Floor, Mohan Singh Place, Baba Kharak Singh Marg, Hanuman Road Area, Connaught Place), established in 1957. The glory days when politicians, writers, and intellectuals all hung out there have long gone. However, a bit of imagination will bring them back to life.

4 p.m.: Prachin Hanuman Mandir, built by Maharaja Jai Singh in 1724, is a short five minute walk away on Baba Kharak Singh Marg. Although it's small and its architecture isn't outstanding, the temple is noteworthy for being one of the oldest ones dedicated to Lord Hanuman (the monkey god) in India.

5 p.m.: End your day of sightseeing by soaking up the serenity until sunset at Gurudwara Bangla Sahib (corner of Baba Kharak Singh Marg and Ashoka Road). This glorious white Sikh temple complex with gold domes is centered around a huge sarovar (holy tank of water). The eighth Sikh guru, Harkrishan Dev, stayed there before his death in 1664.

7 p.m.: Foodies will relish dinner at Delhi's hottest new fine-dining restaurant, Masala Library (21A, near Le Meridian Hotel, Janpath. Phone: 11 69400005), which specializes in experimental molecular gastronomy. Book well in advance.

Visitors: 47,038