JANUARY 2020: มาดู ทมิฬ นาดู...Tamil Nadu (10 คืน 11 วัน)

วันที่เดินทาง: 09 - 18 มกราคม 2020

จำนวนวัน: 9 คืน 10 วัน 

จำนวนคน:ออกเดินทางที่ 4 คน รับไม่เกิน 8 คน 

ราคา:  28,000 บาท/ คน (ค่าทริป รวมพาหนะ ที่พักอาหารเช้า ผู้นำทริปคนไทย ตั๋วเครื่องบินภายใจ.. ไม่รวมค่าตั๋วบินระหว่างประเทศและค่าวีซ่า)

ลูกทริปเก่าลด 1,000 บาท

ตั๋วเครื่องบิน:บิน Indigo ประมาณ 6,xxx - 8,xxx บาท (สะดวกซื้อเองได้ หรือ Inbox เพื่อให้เราซื้อตั๋วให้ก็ได้นะ) 

วีซ่า:เราจัดการเรื่องเอกสารให้ แต่ต้องไปยื่นเองตามกฏสถานฑูตอินเดียนะจ๊ะ 

ราคาใช้จ่ายรวม:โดยประมาณ 40,000 ตลอดทริป (ไม่นับช๊อปปิ้ง)

รถที่ใช้:3-5 คนใช้ TOYOTA INNOVA


Day 1 / THU 09 JAN 2020: Chennai - Kanchipuram (75 กิโลเมตร) 
เดินทางจากกรุงเทพฯ โดยสารการบิน INDIGO เที่ยวบินที่ 6E 92 ถึงสนามบินนานาชาติในเมืองเชนไนเวลา 04:45 รถรอรับที่สนามบิน พักผ่อน จิบกาแฟสักเล็กน้อยแล้วเที่ยวกันเลย

เมืองเชนไน หรือ มัทดราส (Madras) เป็นเมืองหลวงของรัฐทมิฬนาฑู เป็นเมืองใหญ่อันดับ 4 ของอินเดีย หลังอาหารเช้า ไปชม พิพิธภัณฑสถานเชนไน (Chennai Government Museum) / หาดมารีน่า (Marina Beach) หาดในเมืองเชนไนความยาวประมาณ 13 กม. แล้วออกเดินทางต่อไปยังเมืองกาญจีปุรัม เยี่ยมชม เทวาลัยเอกัมพเรษวร (Ekambareswarar Temple) วัดศักดิ์สิทธิ์ที่มีต้นมะม่วงอยู่กลางวัน เชื่อกันว่านางปราวตี ชายาพระศิวะ แกล้งปิดพระเนตรของสามี(พระศิวะ) ทำให้เกิดความมืดไปทั้งจักรวาลนานชัวกัปกัลป์ พระศิวะพิโรษจึงสาปให้นางลงมาอยู่ในโลกมนุษย์ นางจึงก่อศิวลึงค์ขึ้นใต้ต้นมะม่วง บำเพ็ญเพียรอยู่นาน จนพระศิวะเห็นใจลงมาสมรสกับนางใต้ต้นมะม่วงนั้นแล้วพานางกลับขึ้นสู่เขาไกรลาสเหมือนเดิม
(Overnight in Kanchipuram)



Day 2 / FRI 10 JAN 2020 : Kanchipuram - Mamallapuram (67 กิโลเมตร)
เมืองกาญจีปุรัม (Kanchipuram) หรือ กาญจี (Kanchi) เป็นหนึ่งในนครศักดิ์สิทธิ์ของอินเดีย เคยเป็นเมืองหลวงเก่าแก่ของราชวงศ์ปัลลวะ (Pallavas) สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไปกาญจีเป็นเพียงเมืองผ่าน แต่สำหรับผู้ที่รักสถาปัตยกรรมแล้ว กาญจีถือว่าเป็นเมืองที่มีอะไรให้ดูเยอะ ใช้เวลากับที่นี่หนึ่งวันเต็มๆ เยือนโบราณสถานสำคัญของที่นี่คือ เทวาลัยไกลาสนาถะ (Kailashnatha Temple) / เทวาลัยไวกูณฐเปรุมาล (Vaikuntha Perumal Temple) / เทวาลัยกามักษี (Sri Kamakshi Amman Temple) อิ่มใจแล้วเดินทางต่อไปเข้าที่พักใกล้ชายหาดยังเมืองมามัลละปุรัม (Mamallapuram) เยี่ยมชม กลุ่มเทวาลัยชายหาด (Shore Temples) ตั้งอยู่ริมชายหาดของอ่าวเบงกอล เดิมสันนิฐานว่ามีเทวาลัยของพระนารายณ์บรรทมสินธุ์อยู่ก่อน และมีการสร้างเทวาลัยพระศิวะเสริมเข้าไปเดินเช่นชายหาดและพักผ่อนตามอัธยาศัย
Overnight in Mamallapuram

Day 3 / SAT 11 JAN 2020 : Mamallapuram - Pondicherry (100 กิโลเมตร) 
มามัลละปุรัม (Mamallapuram) เป็นเมืองท่าเล็กๆ ริมทะเลแต่เป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญ กลุ่มโบราณสถานแห่งมามัลละปุรัมได้รับการยกย่องเป็นมรดกโลก ด้วยความสามารถของช่างสมัยโบราณที่สลักโขดหินแกรนิตให้กลายเป็นโบราณสถานได้อย่างน่าทึ่ง รูปแบบของสถาปัตยกรรมที่นี่ได้กลายมาเป็นต้นแบบของศาสนสถานในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ วันนี้ไปชม
- ภาพแกะสลักอรชุนบำเพ็ญตบะ (Arjuna’s Penance) ที่หน้าผาหินธรรมชาติขนาดใหญ่  / ก้อนเนยของพระกฤษณะ (Krishna’s Butterball) ก้อนหินธรรมชาติกลมใหญ่เหมือนลูกบอลขนาดยักษ์ ตั้งอยู่ริมเนินเขา เหมือนกำลังจะกลิ้งตกลงมาคล้ายพระธาตุอินทร์แขวนในพม่า / คเณศรถะ Ganesh Ratha เทวาลัยทรงคล้ายรถศึกที่แกะสลักได้สมบูรณ์แบบ  / ถ้ำวราหะมณฑป Varaha Mandapa Cave ที่มีภาพแกะสลักเรื่องราวของเทพฮินดูถึง 4 ปาง
- ปัญจปาณฑพรถะ (Pancha Pandava Ratha) หรือปราสาทหิน 5 พี่น้องตระกูลปาณฑพ 
ช่วงบ่ายเดินทางต่อไปยังเมือง Pondicherry เดินเล่นพักผ่อนตามอัธยาศัย
Overnight in Pondicherry

Day 4 / SUN 12 JAN 2020 : Pondicherry Sight-Seeing
พอนดิเชอรี่ (Pondicherry) หรือ พูดูเชอรี่ (Puducherry) เรียกสั้นๆ ว่า “พอนดี้” มีฉายาว่า “ฝรั่งเศสน้อย” เป็นที่รู้จักในฐานะเมืองตากอากาศ เมืองฮันนีมูน พอนดิเชอร์รี่ตกเป็นของฝรั่งเศสตั้งแต่ปี 1814-1954 ซึ่งเป็นช่วงที่อินเดียได้รับเอกราช แม้ฝรั่งเศสจะถอนตัวไปนานแล้ว แต่อิทธิพลฝรั่งเศสยังคงหลงเหลือจนปัจจุบัน เช่น ชื่อถนน อาคาร สวน โรงแรม เครื่องแบบตำรวจจราจร เป็นต้น
เยี่ยมชม อาศรมศรี อรพินโท (Sri Aurobindo Ashram) อาศรมนี้เป็นสถานที่ผสมผสานระหว่างจิตวิญญาณ โยคะ และวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ที่ท่านศรีอรพินโทค้นคว้า จนกลายเป็นแนวทางโยคะที่เรียกว่า โยคะองค์รวม เป็นซึ่งเป็นที่นิยมในอินเดียและต่างประเทศ / ชม วัดพระหฤทัย (The Sacred Heart Church) ถูกสร้างขึ้นในปีค.ศ.1902 สถาปัตยกรรมแบบโกธิค
ช่วงบ่ายพักผ่อน ซื้อของ และเดินเล่นตามอัธยาศัย
Overnight in Pondicherry



Day 5 / MON 13 JAN 2020: Pondicherry - Chidumbaram (63 กิโลเมตร) - Thanjavou (91 กิโลเมตร) 
หลังอาหารเช้า  เดินทางไปยังเมือง จิตัมพรัม (Chidambaram) จิตัมพรัมถือเป็นศาสนสถานขนาดใหญ่ มีเทวาลัยนาฎราชาเป็นศูนย์กลางเมือง ตัวเมืองก็อยู่ภายในวงล้อมของกำแพงเทวาลัย ที่เที่ยวที่ต้องชมคือ เสาสลักท่ารำติดกับผนังด้านในประตูทางเข้าของซุ้มประตู (โคปุรัม) ในเทวาลัยนาฎราชา (Sabhanayaka Ntaraja Temple) ว่ากันว่ามีภาพสลักท่าร่ายอันงดงามของพระศิวะ ครบทั้ง 108 กระบวนท่า 

ออกเดินทางต่อไปยัง กุมภโกนัม (Kumbakonam) แวะเยี่ยมชม วัดไอราเวเตชาวรา ณ ทาราซูรัม (the Airavatesvara Temple at Darasuram) และ วัด ณ คังไคโกณฑะโจฬะปุรัม (the Temple at Gangaikondacholisvaram) สองในสามวัด “มหาเทวสถานแห่งโจฬะ” มรดกโลก ศิลปะตกทอดจากสมัยราชวงศ์โจฬะ แล้วเดินทางต่อไปเมืองตัณจาวูร์
Overnight in Thanjavou

Day 6 / TUE 14 JAN 2020 : Thanjavou - Trichy (57 กิโลเมตร) 
ตัญจาวูร์ (Thanjavou) ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเกาเวริซึ่งเป็นแม่น้ำใหญ่ และเป็นอู่ข้าวอู่น้ำของอินเดียใต้ ในอดีตเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรโจฬะ ไปเยี่ยมชม เทวาลัยพฤหธิศวร (Brihadeeswara Temple) โดดเด่นที่สุดที่เทวาลัยประธานที่สูงถึง 67 เมตร สูงสุดในศิลปะอินเดียโบราณ จนมีชื่อเรียกว่า ทักษิณเมรุ หรือเขาพระสุเมรุแห่งภาคใต้ ยอดหลังคาทรงสูงที่เชื่อว่าแกะสลักจากหินแกรนิตก้อนเดียว หนักถึง 80 ตัน และ ศิวลึงค์ดำขนาดมหึมา สูงถึง 4 เมตรเป็นประธานในเทวาลัย
- หอศิลป์ตัญชาวูร์ (Thanjavur Art Gallery) ที่เก็บรวบรวมประติมากรรมโบราณสมัยโจฬะชิ้นเยี่ยมมากมาย /  

ออกเดินทางไปยัง เมืองติรุชชิราปปัลลี (Tiruchirappalli) หรือ ตริชี่ (Trichy) ตั้งอยู่ใจกลางรัฐทมิฬนาฑู เป็นศูนย์กลางการคมนาคมเชื่อมโยงเมืองต่างๆ ในรัฐ ชม  เทวาลัยศรีลังคนาถสวามี (Sri Ranganathaswamy Temple) มีศิลปะสมัยวิชัยนคร ที่งดงามมาก เป็นเทวาลัยพระวิษณุที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆ ของอินเดียและเป็นศาสนธานีขนาดใหญ่ที่สุดในอินเดียด้วย / ชม ร็อคฟอร์ด (Rock Fort) สูง 83 เมตร เป็นหินบะซอลท์ที่เชื่อว่าเก่าแก่ที่สุดในโลก มีอายุ 3.8 ล้านปี อายุมากกว่าเทือกเขาหิมาลัย เดินขึ้นบันได 344 ขั้น เพื่อนมัสการเทวาลัย Uchipillaiyar Koil ด้านบนสุดของร็อคฟอร์ด ยังสามารถมองเห็นเมือง ตริชี่ ได้โดยรอบ
Overnight: Tiruchchirapali

Day 7 / WED 15 JAN 2020 : Trichy - Rameshwaram (234 กิโลเมตร) 
เดินทางต่อไปเมือง ราเมศวารัม (Rameshwaram) เมืองศักดิ์สิทธิ์ของชาวฮินดู เมืองเล็กๆ ที่ตั้งอยู่บนเกาะ Pamban นี้มีเรื่องเล่า ในตำนานบอกว่าเมืองนี้เป็นเมืองที่พระรามทรงระดมพลสร้างสะพานข้ามมหาสมุทรไปยังกรุงลงกาเพื่อช่วยนางสีดา

- ระหว่างทางช่วงบ่ายแวะถ่ายรูปตรงสะพาน Pam Pam Bridge สะพานรางรถไฟที่เชื่อมต่อระหว่างแผ่นดินใหญ่ และเกาะ Pambam (เมืองราเมศวารัม)
- ช่วงเย็น ไปชมหาดร้าง Dhanushkodi หาดสุดท้ายของอินเดียที่ห่างจากศรีลังกาเพียง 17 ไมล์ ตามตำนานเชื่อว่าสะพานพระรามเริ่มจากจุดนี้ (แต่ไม่สามารถมองเห็นได้ เพราะสะพานจมใต้ทะเลหมดแล้ว) แต่บรรยากาศของหาดที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพักจากพายุไซโคลนก็ดูขลังเอาการทีเดียว

ช่วงค่ำเยี่ยมชมวัด Sri Ramanathaswamy Temple วัดศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวฮินดูเข้าไปรับการรดน้ำศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งมีที่เดียวในอินเดีย สนุกและแปลกตาดีนะ
Overnight: Rameshwaram

Day 8 / THU 16 JAN 2020 : Rameshwaram - Kanyakumari (309 กิโลเมตร)
เดินทางต่อไปยังเมือง กายาคูมาริ (Kanyakumari) อดีตชื่อ แหลมโคมาริน (Cape Comarin) เป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์ของชาวฮินดู / เมืองริมทะเลใต้สุดในอินเดีย เป็นเมืองที่พระอาทิตย์ขึ้นที่แรกในอินเดีย  และเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยไม่แพ้กัน ที่สำคัญที่นี่เป็นจุดที่ 3 มหาสมุทรมารวมกัน คือ ทะเลอ่าวเบงกอล, มหาสมุทรอินเดีย และ ทะเลอาราเบียนไหลมารวมกัน
ชมพระอาทิตย์ตกที่กานยาคูมาริ แล้วพักผ่อนตามอัธยาศัย
Overnight in Kanyakumari



Day 9 / FRI 17 JAN 2020: Kanyakumari - Madurai (244 กิโลเมตร) 
หลังอาหารเช้า เดินทางต่อไปยังเมือง มธุไร (Madurai) เป็นเมืองใหญ่อันดับสองของทมิฬนาฑู มีประวัติความเป็นมาย้อนหลังไปได้กว่า 2,000 ปี ถือว่าเป็นศาสนธานีแห่งหนึ่ง มีเทวาลัยมีนักษีสุนทเรศวรอยู่กลางเมือง ล้อมรอบด้วยตัวเมืองรูปจตุรัสเป็นชั้นๆ ได้ขึ้นชื่อว่าเป็น “Athens of the East” ชม เทวาลัยมีนักษีสุนทเรศวร (Meenakshi Sundrareswarar Temple) ที่สร้างอุทิศให้กับตำนานรักของพระนางมีนักษี ในเทวาลัยแห่งนี้จึงปรากฏ ฉากแต่งงาน ระหว่างพระนางมีนักษี และพระศิวะ โดยมีพระพรหมทำหน้าที่พราหมณ์ในพิธี และพระนารายณ์ทำหน้าที่พี่ชายเจ้าสาวให้เห็นทั่วไป

- ชม Thirumalai Nayakkar Palace พระราชวังเก่าแห่งเมืองมธุไร
Overnight: Madurai

Day 10 / SAT 18 JAN 2020: Kanyakumari - Madurai Airport / to Chennai / Chennai - Bangkok 
พักผ่อนและเก็บตกที่มธุไร แล้วออกเดินทางไปสนามบินมธุไร ช่วงบ่ายๆ นั่งสายการบิน INDIGO  เที่ยวบินที่ 6E 7196 เวลา 14:43 - 16:00 กลับไปสนามบินเชนไน แล้วต่อเครื่องของสายการบิน INDIGO เที่ยวบินที่ 6E - 91 (20:40 - 01:55) กลับกรุงเทพฯ


*ราคานี้ “รวม”
• ค่าโรงแรมระดับ 3 ดาว ไม่หรูหรา แต่สะอาด และบรรยากาศดี พร้อมอาหารเช้า 
• ค่าเช่ารถพร้อมคนขับตลอดทริป
• ค่าตั๋วเครื่องบินภายใน
• ค่าน้ำมัน ค่าทางด่วน ค่าจอดรถ และค่าภาษีต่างๆ 
• รวมค่าเข้าชมสถานที่ทุกแห่ง

*ราคานี้ “ไม่รวม”
• ค่าตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศและค่าวีซ่า 
• ค่าอาหารกลางวันและอาหารเย็น 
• ค่าเครื่องดื่มต่างๆ 
• ค่าทริปเด็กเสิร์ฟ เด็กยกกระเป๋า และคนขับรถวันละประมาณ 100 รูปี/คน หรือตามความพึงพอใจ


  การจองทริป
1. ส่งแบบฟอร์มยืนยันการเดินทางด้านล่าง 
2. โอนมัดจำทริป 4,000 บาทเข้าบัญชีด้านล่าง
น.ส. เนตรทราย อินทรเจริญศักดิ์ 
ธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่ 372-217409-4 
ธนาคารกสิกรไทย เลขที่ 568-2-05142-8

จำนวนเงินส่วนที่เหลือจ่าย 10 วันก่อนออกเดินทาง! 
3. จองตั๋ว จัดการวีซ่า แล้วก็ลุย!

ภาพจากทริปที่ผ่านๆ มา...
มาดู ทมิฬ นาฑู January 2016http://www.amperjaitravel.com/15612358/มาดู-ทมิฬ-นาดูtamil-nadu-january-2016
มาดู ทมิฬ นาฑู February 2017http://www.amperjaitravel.com/16429432/madu-tamil-nadu-trip-feb-2017
มาดู ทมิฬ นาฑู January  2019 : https://www.amperjaitravel.com/17080401/มาดู-tamil-nadu-jan-2019

ทริป "มาดู ทมิฬ นาฑู"

ลงชื่อแล้วมาลุยแดนอินเดียใต้กับเราเลย!!
Visitors: 37,193