DECEMBER 2020: เก๋ กู๊ด กุจราต (Gae Good Gujarat) (11 คืน 11 วัน)

รัฐกุจราต (Gujarat)
เป็นรัฐที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของอินเดีย ติดกับราชาสถาน (Rajasthan) และมหาราชตระ (Maharashtra) เราไม่รู้จักกุจราตกันมากนัก อาจจะเพราะเพื่อนบ้านเอาชื่อเสียงไปกินหมด!
ถ้าต้องการความเจริญ รัฐมหาราชตระที่มีมุมไบ (Mumbai) เป็นศูนย์กลางก็โดดเด่นกว่า ถ้าต้องการดูประวัติศาสตร์ ป้อม และวังอลังการ ก็สู้ความยิ่งใหญ่ของราชาสถานไม่ได้
แต่กุจราตมีดีที่ความผสมผสาน ที่เรามองว่าออกจะเก๋ กู๊ด นะ!

เนื่องจากภูมิประเทศฝั่งตะวันตกของกุจราชติดกับทั้งทะลทรายธาร์ (Thar Desert) และ ทะเลอาราเบียน (Arabian Sea) ทำให้ภูมิประเทศของกุจราตมีอะไรแปลกๆ ให้ดูเยอะ

กุชราตเป็นที่อยู่ของสัตว์หายาก อย่างเช่นลาป่าอินเดีย ซึ่งหาดูได้ง่ายๆ ที่ Indian Wild Ass Sanctuary แถม หน้าร้อนนกสารพัดชนิดจะอพยพมายังที่ลุ่มริมทะเล ทำให้กุชราชเป็นแหล่งดูนกชั้นดีอีกด้วย

ด้วยความที่ติดกับทะเล ทำให้น้ำทะเลเข้ามาพักและขังตัวอยู่ในที่ลุ่ม เมื่อน้ำเหือดแห้งไปในหน้าหนาว ที่นี่จึงเป็นทะเลเกลือที่กว้างใหญ่ไพศาล ในนาม The Great Rann of Kutch เป็นแหล่งผลิตเกลือธรรมชาติ กว่า 25% ของทั้งประเทศ และด้วยความที่ภูมิประเทศเป็นทั้งทะเลทรายและมหาสมุทร บางทีเราจึงเห็นอูฐ เดินบนชายหาด!! ซึ่งเป็นภาพที่แปลกตา

พูดถึงวัฒนธรรม!
กุจราตก็ใช่ย่อย เมื่อหลายพันปีก่อน แถบนี้เคยเป็นที่ไหลผ่านของแม่น้ำสินธุ เป็นแหล่งอารยธรรมลุ่มแม่น้ำสินธุ Indus Valley Civilazation ซึ่งเป็นอารยธรรมที่เก่าแก่ที่สุดในโลกพอๆ กับอารยธรรมลุ่มแม่น้ำไนล์ที่อียิปต์ มีซากอารยธรรมเก่าแก่หลงเหลือให้เห็นที่เมือง Lotha

พูดถึงเรื่องสถาปัตยกรรมและศาสนา!
กุจราตเป็นตั้งของวัดฮินดูที่มีชื่อเสียงมากคือ วัดโมเดห์ร่า (Modhera Sun Temple), และกุจราชยังซุกซ่อนไปด้วยบ่อน้ำขั้นบันไดโบราณมากมาย (Stepwell หรือ ที่ชาวกุจราชเรียกว่า Vav) หลายแบบ ทั้ง Adalaj Stepwell, Adi-Kadi Vav, Navghan Kuwo และบ่อน้ำมรดกโลกที่สุดวิจิตร Rani Ki Vav ณ เมืองปาตัน...

อย่างนี้จะไม่ให้เรียกว่า "เก๋ กู๊ด" ได้อย่างไร?

วันที่เดินทาง:  คืน 02 -13 ธันวาคม 2020
จำนวนวัน:  11 คืน 11 วัน
จำนวนคน: ออกเดินทางที่ 5 คน รับไม่เกิน 9 คน (ปิดรับ 02 พฤศจิกายน 2020)

ราคา: 33,000 บาท / คน (ค่าทริป รวมพาหนะ ที่พักอาหารเช้า ผู้นำทริปไทย และค่าเข้าชมสถานที่.. ไม่รวมค่าเครื่องบินและค่าวีซ่า)
(สมาชิกเก่าลด 1,000 บาท)

ตั๋วเครื่องบิน: บิน AIR ASIA ประมาณ 7,xxx - 8,xxx บาท (สะดวกซื้อเองได้ หรือ Inbox เพื่อให้เราซื้อตั๋วให้ก็ได้นะ)
วีซ่า: 
ทางเลือกที่ 1: เราจัดการเรื่องเอกสารให้ แต่ต้องไปยื่นเองตามกฏสถานฑูตอินเดียนะจ๊ะ
ทางเลือกที่ 2:  Visa on Arrival หรือ E-Tourist Visa เราจัดการเอกสารออนไลน์และยื่นให้ทั้งหมด

ราคาใช้จ่ายรวม: โดยประมาณ 4x,xxx ตลอดทริป

รถที่ใช้: ใช้ TEMPO TRAVELER
สภาพอากาศ: ไฮซีซั่น อากาศสบายๆ ฟ้าใส

Day 0 / WED 02 DEC 2020: Bangkok - Ahmedabad 
เดินทางโดยสายการบิน Thai Smile เที่ยวบินที่ WE 341 เวลา 20:30 ถึงเมืองอาห์เมดาบาด (Ahmedabad) เวลา 23:55 รถรอรับที่สนามบิน เข้าที่พัก
(Overnight in Ahmedabad)

Day 1 / THU 03 DEC 2020 : Ahmedabad - Vadodara (120 Kms / 2-3 ชั่วโมง)
เดินทางสู่ Vadodara / Laxmi Villas Palaces / Champaner อุทยานประวัติศาสตร์ 
(Overnight in Vododara) 

Day 2 / FRI 04 DEC 2020 : Vadodara - Sidhpur  (225 Kms / 4 Hours) - Patan (30 Kms)
ออกเดินทางไป เยี่ยมชม Haveli ที่เมือง Sidhpur จากนั้นเดินทางต่อไปยังเมือง ปาตัน(Patan) เมืองที่เป็นที่ตั้งของ Rani Ki Vav (The Queen’s Stepwell) บ่อน้ำขั้นบันไดโบราณที่สุดวิจิตรงดงาม ขึ้นชื่อว่าเป็น “ราชินีแห่งบ่อน้ำในอินเดีย” ได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกเมื่อปี 2014 สร้างขึ้นตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 11 โดยราชินี Udayamati ถูกค้นพบในปี ค.ศ. 1958 หลังจากที่ถูกถับถมอยู่ใต้ดินนานนับร้อยปี Rani Ki Vav (Vav เป็นภาษาท้องถิ่นของกุจราช แปลว่า บ่อน้ำขั้นบันได) เป็นบ่อน้ำบันไดลงด้านเดียว ยาวประมาณ 64 เมตร กว้าง 20 เมตร และลึกถึง 27 เมตร มี 7 ชั้น แต่ละชั้นมีเสาแกะสลัก (ซึ่งบางส่วนได้หักโค่นและลายแกะสลักได้เลือนหายไปบ้างแล้ว) ผนังของทุกชั้นมีลวดลายแกะสลักเรื่องราวของเหล่าทวยเทพไว้อย่างปราณีตกว่า 500 ภาพ ดูได้ไม่เบื่อ บ่อน้ำชั้นที่ 4 มีความลึกที่สุดและเชื่อมต่อไปยังแทงค์น้ำทรงรีกว้าง 9.5 x 9.4 เมตร ลึก 23 เมตร ชั้นสุดท้ายของบ่อ มีประตูลับที่เชื่อมต่อไปยังอุโมงค์ยาว 30 กิโลเมตร ซึ่งสมัยนั้นกษัตริย์สามารถใช้เป็นช่องทางลี้ภัยทะลุออกไปยังหมู่บ้าน Sidhpur ที่อยู่ข้างๆ ได้ ปัจจุบันอุโมงค์นี้ได้ถูกดินโคลนทับถมหมดแล้ว

เยี่ยมชมชม วัดโมเดห์ร่า (Modhera Sun Temple) สร้างขึ้นตั้งแต่ ค.ศ. 1026 เพื่อบูชาสุริยะเทพ แม้ว่าจะผ่ายการทำลายจากกกษัตริย์มุสลิมในสมัยก่อน และผ่านแผ่นดินไหวครั้งใหญ่มาแล้ว แต่วัดโมเดห์น่าก็ยังนับว่าเป็นวัดฮินดูที่มีลวดลายแกะสลักสวยงาม ปราณีวิจิตรอย่างยิ่ง มีบ่อน้ำกลางแจ้งอยู่กลางวัด มีขั้นบันไดที่สลักไว้อย่างสวยงามกลับไปเข้าที่พักที่เมืองปาตัน
(Overnight in Patan)

Day 3 / SAT 05 DEC 2020: Patan - Modhera (34 Kms) - Safari Little Rann of kutch (100 kms)
เยี่ยมชมชม วัดโมเดห์ร่า (Modhera Sun Temple) สร้างขึ้นตั้งแต่ ค.ศ. 1026 เพื่อบูชาสุริยะเทพ แม้ว่าจะผ่ายการทำลายจากกกษัตริย์มุสลิมในสมัยก่อน และผ่านแผ่นดินไหวครั้งใหญ่มาแล้ว แต่วัดโมเดห์น่าก็ยังนับว่าเป็นวัดฮินดูที่มีลวดลายแกะสลักสวยงาม ปราณีวิจิตรอย่างยิ่ง มีบ่อน้ำกลางแจ้งอยู่กลางวัด มีขั้นบันไดที่สลักไว้อย่างสวยงามกลับไปเข้าที่พักที่เมืองปาตัน

เดินทางต่อไปยัง Little Rann of Kutch 
ทานอาหารกลางวันที่โรงแรม / จากนั้นรวมออกไปซาฟารีกัน!!

ความมหัศจรรย์ของ Little Rann of Kutch (Rann เป็นภาษาอินเดีย แปลว่าทะละทราย Little Rann of Kutch แปลว่า ทะเลทรายน้อยแห่งคัทช์) คือ หน้าร้อนที่นี่จะเป็นทั้งเขตอนุรักษ์สัตว์ลาป่า (Indian Wild Ass Sanctuary) ที่ใหญ่ที่สุดของอินเดีย กินพื้นที่สองรัฐ คือ กุจราชและราชาสถาน เมื่อถึงหน้าหนาวที่นี่จะกลายเป็นทะเลทรายเกลือสีขาวสะอาด สว่างไกลสุดลูกหูลูกตา ช่วงเช้าขึ้นจี๊ปชมลาป่าอินเดีย 
(Overnight in Patdi / Bajana) near little rann of kutch

Day 4 / SUN 06 DEC 2020: Little rann of kutch - Bhuj (274 kms)  
เดินทางต่อไปยังเมืองบุจ (Bhuj) 

บุจเป็นเมืองหลวงของคัชท์ (Kutch) บุจขึ้นชื่อในเรื่องงานศิลปะท้องถิ่น งานปักผ้าเก่าแก่และดั้งเดิมของกุจราช /
ถึงเมืองบุจแล้วเข้าที่พัก พักผ่อนเดินเล่นตามอัธยาศัย
(Overnight stay in Bhuj)

Day 5 / MON 07 DEC 2020: Bhuj - Great Rann of Kutch (100 Kms)
10:00 ขึ้นรถไปยัง The Great Rann of Kutch ทะเลเกลือธรรมชาติที่เกิดขึ้นในหน้าหนาว ในช่วงระยะเวลา 3-4 เดือนเท่านั้น กินพื้นที่กว่า 7,500 ตารางกิโลเมตร นับว่าเป็นทะเลเกลือที่ใหญ่ที่สุดในโลก ยามพระจันทร์ข้างขึ้นจะส่องมากระทบทะเลเกลือ สร้างความสว่างไปทั้งแถบ คืนนี้นอนกันแถวๆ ทะเลเกลือ พักผ่อน เดินเล่น หรือเล่นเครื่องเล่นใน Tent City 
(Overnight stay in Great Rann of Kutch / พักเต้นท์ ไม่มีแอร์ / รวมอาหารกลางวันและเย็น)

Day 6 / TUE 08 DEC 2020: White Rann of Kutch - Junagarh (277 kms)
เต็มอิ่มกันกับทะเลเกลือแล้ว แวะทัวร์เมืองบุช เท่าที่เป็นไปได้ (Shri Swaminarayan Temple / Kutch Museum / Bhujodi Hira Laxi Craft Park)  
จากนั้นออกเดินทางตรงไปยังเมือง จูนาการ์ท (Junagadh) จากนั้นเดินทางต่อไปเมืองจูนาการ์ท / เข้าที่พัก
(Overnight stay in Junagarh)

Day 7 / WED 09 DEC 2020: Junagarh - Sasan Gir (Lion Safari) (58 kms)
ช่วงเช้า: ชม Mahabat Maqbara เป็นแลนด์มาร์คของเมืองจูนาการ์ท (Junagadh) ซึ่งแต่เดิมเคยเป็นพระราชวัง ปัจจุบันถูกแปลงให้เป็นสุเหร่า เป็นแลนด์มาร์คของเมืองจูนาการ์ท (Junagadh และอีกอาคาร คือ สุสาน หรือ Tomb of Bahar-ud-din Bahar สร้างโดย Mahabat Khan ที่ 2 ผู้ปกครองเมืองจูนาการ์ดในสมัยนั้น

อาคาร Tomb of Bahar-ud-din Bahar สวยโดดเด้งเมื่อแรกเห็น สะดุดตาเราด้วยสถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างฮินดู อิสลามิค และโกธิค(สไตล์ยุโรป) มีบันไดเวียนรอบเสาทั้งสี่ด้านซึ่งแปลกตาและแตกต่างจากสุสานอื่นๆ ที่เห็นในอินเดีย

เข้าชม ป้อมอุปาร์คต (Uparkot Fort) ป้อมโบราณอายุกว่า 2,300 ปี กำแพงรอบนอกสูง 20 เมตร ด้านในมีกลุ่มถ้ำพุทธ (Buddhist Caves) แต่ละถ้ำเป็นรูปตัว L อายุ 2,000 ปีสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยพระเจ้าอโศกเพื่อแบ่งเป็นที่อยู่อาศัยให้กับพระสงฆ์ ชม บ่อน้ำขั้นบันได 2 ที่ คือ “นาฟกันคูโว” (Navghan Kowa) และ “อาดิ-คาดิ” (Adi Kadi Vav) บ่อน้ำสองบ่อนี้ ไม่มีการแกะสลักที่สวยงามเหมือนย่ออื่นๆ ที่เราดูมา แต่ทั้งสองบ่อเกิดจากเจาะหินลงไปทั้งก้อน “นาฟกันคูโว” สร้างขึ้นในราวๆ ปี 1026 เป็นบ่อที่ลึกถึง 52 เมตร บ่อน้ำแห่งนี้เคยมีน้ำมากมายมหาศาล และเป็นแหล่งน้ำสำคัญในยามที่อุปาร์คตถูกศัตรูโอบล้อม ส่วน “อาดิ-คาดิ” เป็นบ่อน้ำขั้นบันได 120 ขั้น ทางลงลึกและแคบ

ออกเดินทางไปยัง ซาซานกีร์ (Sasangir)

(Overnight in Sasan Gir / รวมอาหารเย็น)

DAY 8 / THU 10 DEC 2020: Sasan Gir - Diu (156 Kms) 

เยือน อุทยานแห่งชาตป่าไม้กีร์ (Gir Forest national Park) ในพื้นที่ 1,153 ตารางกิโลเมตร ที่นี่คือบ้านและแหล่งเพาะพันธุ์สิงโตสายพันธุ์เอเชีย (Panthera leo
persica) ที่เคยเหลือเพียง 20 ตัวจากการถูกล่าในช่วงที่ตกเป็นอาณานิคมของอังกฤษ ปัจจุบันกรมป่าไม้ของอินเดียสามารถเพิ่มจำนวนเสือได้ว่า 300 ตัว นอกจากนี้ยังมีสัตว์ป่าหายากอีกมามาย เช่น ไฮยีน่า สุนัขจิ้งจอก หมูป่า ค่าง นกกว่า 300 สายพันธุ์ ฯลฯ (ค่าซาฟารีชมเสือ รวมในค่าทัวร์) 

ออกเดินทางต่อไปยังเมืองดิอู
ดิอู (Diu) ดิอู เป็นเกาะที่แต่เดิมเป็นอาณานิคมของโปรตุเกส ต่อมากองทัพอินเดียยึดคืนมาได้ แต่ก็ยังให้เป็นเขตปกครองตัวเอง (Union Territory) ถือว่าที่นี่เป็นเกาะท่องเที่ยวและพักผ่อนของชาวกุจราช

ชม ป้อมปานนิโกธา Panikotha (Fortim-do-Mar) เป็นป้อมปราการรูปร่างคล้ายเรืออยู่กลางอ่าว สร้างขิ้นระหว่างปี ค.ศ. 1535-1541 เพื่อเป็นป้อมปราการ ป้องกันกุจราชจากการรุกรานของโมกุล เมื่อก่อนมีอุโมงค์ใต้ทะเลเชื่อมระหว่างป้อมกับเมืองดิอูด้วย 

ชม วัดกันเจศวาร์ Gangeshwar Temple) ห่างจากตัวเมืองดิอู 3 กม. เป็นวัดพระศิวะ ความโดดเด่น คือ ศิวลึงค์แกะสลัก 5 อัน ในฐานเดียวตั้งอยู่บนโขดหินริมทะเลซึ่งจะถูกน้ำทะเลซัดอยู่ตลอดเวลา ผู้ที่ต้องการเข้าชมต้องรอเวลาน้ำลงเท่านั้น
(Overnight in Diu)




Day 9 / FRI 11 DEC 2020: Diu - Bhavnagar (210 Kms) 
ออกเดินทางไปยังต่อไปเมืองบาฟนาการ์ (Bhavbagar)

บาฟนาการ์เป็นเมืองท่าที่เคยรุ่งเรืองของอ่าวแคมเบย์ อยู่ปลายแหลมติดทะเล ช่วงบ่ายแก่ๆ ไปชม วัดตักเตศวร (Takhteshwar Temple) วัดฮินดูตั้งอยู่บนเนินเขาสร้างด้วยหินอ่อน เราสามารถชมความงามแบบพาโนราม่าทั้งเมืองบาฟนาการ์ช่วงพระอาทิตย์ตกได้ด้วย 

(Overnight in Bhavnagar)

Day 10 / SAT 12 DEC 2020: Bhavnagar - Lothal - Ahmedabad (170 kms) 
วันนี้เดินเล่นในเขตเมืองเก่าของบาฟนาการ์ซึ่งยังคงมีสวยงามและมีสีสันของตลาดเก่าอยู่มาก ออกเดินทางจากบาฟนาการ์ กลับไปยังเมืองอาห์เมดาบาด ระหว่างทางแวะ เมืองโลธัล (Lotal) โลธัลเป็นเมืองท่าโบราณ สัญนิษฐานว่าเป็นเมืองท่าแห่งแรกของอินเดียและของโลก เนื่องจากพบหลักฐานของผังเมืองและร่องรอยของอารยธรรมดั้งเดิม อีกทั้งชาวโลธัลยังเก่งกาจเรื่องดาราศาสตร์และการเดินเรือด้วย ไปชมพิพิธภัณฑ์โบราณคดีของโลธัล ซึ่งเป็นแหล่งรวบรวมวัตถุโบราณจากการขุดค้น อาทิ เครื่องสำริด กระจก เครื่องปั้นดินเผา ลูกปัดโบราณ และอัญมณีต่างๆ แล้วกลับไปยังเมืองอาห์เมดาบาด

แวะชม บ่อน้ำขั้นบันไดอะดาลัช (Adalaj Stepwell) ในกุจราชมีบ่อน้ำโบราณมากมาย แต่ละแห่งมีความโดดเด่นไม่ต่างกัน บ่อน้ำอะดาลัชมีรูปทรง 6 เหลี่ยมสร้างจากหินทราย มีความลึก 5 ชั้น มีบันไดลงสามด้าน ฝาผนังมีภาพแกะสลักเรื่องราวชีวิตประจำวันของชาวพื้นเมืองไว้ด้วย

แวะชม Dadar Havir Stepwell สร้างในปี 1485 โดยคุณหญิง Dhai Harir ภรรยาของ Mahmud Begada ข้างๆ มีสุเหร่าและสุสานที่ฝั่งร่างของเธออยู่ใกล้ๆ กันด้วย

(Overnight in Ahmedabad)

Day 11 / SUN 13 DEC 2020: Ahmedabad Sight Seeing/ Airport 
เมืองอาห์เมดาบาดเป็นเมืองใหญ่ เป็นเมืองที่โดดเด่นด้วยตึกรามสมัยใหม่ที่ได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดังอย่าง เลอ คอร์บูซิเอร์ (Le Corbusier) หลุยส์ ข่าน (Louise Khan) แต่ภายในกำแพงเมืองเก่าก็ยังมีสถาปัตยกรรมแบบฮินดูผสมมุสลิมอยู่มากมาย 

08:00 - 10:30 เดินชมเมืองเก่าของเมืองกับแพ็คเกจ Heritage Walk

 ชม Jumma Musjid มัสยิดที่เก่าแก่งที่สุดแห่งหนึ่งของอาห์เมดาบาด ห้องโถงมีเสารวม 260 ต้น

ไปดู มัสยิดแห่ง ซิดี้ ซาเย็ด (Mosque of Sidi Sayed) มัสยิดที่มีชื่อเสียงที่สุดในอาห์เมดาบาด ไฮไลท์สำคัญคือหน้าต่างทรงครึ่งวงกลมที่แกะสลักลวดลายต่างๆ ที่ดังสุดคือ บานที่แกะสลักรูปต้นไม้แห่งชีวิต (Tree of Life) เยี่ยมชม Hutheesing Jain Temple

เวลา 19:00 เดินทางไปสนามบินเพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยใช้เที่ยวบิน Air Asia (Ahnedabad - Bangkok) เวลา 22:50 จาก Ahmedabad กลับกรุงเทพฯ

 


ภาพจากทริปที่แล้ว
มกราคม 2018 /  https://www.amperjaitravel.com/16848114/gae-good-gujarat-jan-2018
มกราคม 2020https://www.amperjaitravel.com/17184774/เก๋-กู๊ด-กุจราต-jan-2020

 


*ราคานี้ “รวม” 
• ค่าโรงแรมระดับ 3 ดาว สะอาด เก๋ไก๋และบรรยากาศดี พร้อมอาหารเช้า 

• ค่าเช่ารถพร้อมคนขับตลอดทริป 
• ค่าน้ำมัน ค่าทางด่วน ค่าจอดรถ และค่าภาษีต่างๆ 
• รวมค่าเข้าชมสถานที่ทุกแห่ง (ไม่รวมค่ากล้อง)
• ค่าซาฟารีดูเสือที่ Sasan Gir 

*ราคานี้ “ไม่รวม”
• ค่าตั๋วเครื่องบินและค่าวีซ่า
• ค่าอาหารกลางวันและอาหารเย็นที่ไม่ได้ระบุไว้ในโปรแกรม
• ค่ากล้อง
• ค่าเครื่องดื่มต่างๆ
• ค่าทริปเด็กเสิร์ฟ เด็กยกกระเป๋า และคนขับรถวันละประมาณ 100 รูปี/คน หรือตามความพึงพอใจ

การจองทริป
1. ส่งแบบฟอร์มยืนยันการเดินทางด้านล่าง
2. โอนมัดจำทริป 5,000 บาทเข้าบัญชีด้านล่าง (เงินมัดจำส่วนนี้ไม่คืนนะจ๊ะ)
     น.ส. เนตรทราย อินทรเจริญศักดิ์
     ธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่ 372-217409-4
     ธนาคารกสิกรไทย เลขที่ 568-2-05142-8

จำนวนเงินส่วนที่เหลือจ่าย 15 วันก่อนออกเดินทาง!
3. จองตั๋ว จัดการวีซ่า แล้วก็ลุย!

จองทริป "เก๋..กู๊ด กุจราต"


Visitors: 45,404