OCT 2026: เมฆาลัย ในหมู่มวลเมฆ (7 คืน 7 วัน)

Double Decker Living Roots Bridge / ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ท


 

วันที่เดินทาง:  25 ตุลาคม - 1 พฤศจิกายน 2026 (๒๕๖๙)
....................
จำนวนวัน:
  7 คืน 7 วัน 
....................
จำนวนคน: ออกเดินทางที่ 4 คน รับไม่เกิน 9 คน (ปิดรับ 10 สิงหาคม หรือจนกว่าจะเต็ม)
....................
ราคา: 34,500 / คน
(ค่าทริป รวมพาหนะ ที่พักอาหารเช้า ผู้นำทริปไทย และค่าเข้าชมสถานที่.. ไม่รวมค่าเครื่องบินและค่าวีซ่า)
(สมาชิกเก่าลด 1,000 บาท)
....................
ตั๋วเครื่องบิน: บินตรง AIR ASIA ประมาณ 8xxx - 10,xxx บาท (สะดวกซื้อเองได้ หรือ Inbox เพื่อให้เราซื้อตั๋วให้ก็ได้นะ) 

วีซ่า:  
ทางเลือกที่ 1: เราจัดการเรื่องเอกสารให้ แต่ต้องไปยื่นเองตามกฏสถานฑูตอินเดียนะจ๊ะ 
ทางเลือกที่ 2:  E-Tourist Visa เราจัดการเอกสารออนไลน์และยื่นให้ทั้งหมด

ราคาใช้จ่ายรวม: โดยประมาณ 4x,xxx ตลอดทริป

รถที่ใช้: โตโยต้าอินโนว่า ถ้าเกิน 4 คนใช้ Tempo Traveller
สภาพอากาศ: ปลายฝนต้นหนาว อาจจะมีฝนหลง กลางวันร้อน กลางคืนและช่วงเช้าอากาศเย็น

แผนที่วาดขึ้นเองเพื่อความเข้าใจที่ถิ่นที่ตั้ง ห้ามนำไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต


 

รัฐเมฆาลัย (Meghalaya) ซึ่งเป็นรัฐของกลุ่มชนเผ่า ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย เป็นที่อยู่อาศัยของชุมชนชนเผ่าหลัก 3 กลุ่ม ได้แก่ ชาวคาซี (Khasi), ชาวไจนเทีย (Jaintia) และ ชาวการ์โร (Garo) โดยชาวคาซีส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในพื้นที่เทือกเขาคาซีทั้งฝั่งตะวันออกและตะวันตก (East and West Khasi Hills) ชาวไจนเทียอาศัยอยู่ในเทือกเขาไจนเทีย (Jaintia Hills) และชาวการ์โรอาศัยอยู่ในเทือกเขาการ์โร (Garo Hills) ชนเผ่าเหล่านี้ในรัฐเมฆาลัยมีลักษณะสังคมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวในรูปแบบสังคมที่ยึดถือสายตระกูลฝ่ายหญิง (matrilineal society) ซึ่งมีการสืบทอดเชื้อสายผ่านทางมารดา
 
รัฐนี้ได้ชื่อว่า 'เป็นที่ราบสูงแห่งอินเดีย' อย่างแท้จริงๆ เพราะภูมิประเทศเป็นลักษณะทิวเขาที่มีพื้นที่ราบอยู่ด้านบน ถนนหนทางสร้างอยู่บนแนวเขาเหมือนถนนลอยฟ้า และรัฐนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นรัฐที่ฝนตกชุกที่สุดในอินเดีย ที่นี่จึงเต็มไปด้วยเมฆและหมอก อันเป็นที่มาของชื่อทริป "เมฆาลัย ในหมู่มวลเมฆ" 
 

โปรแกรมการเดินทาง


Day 0 / SUN 25 OCT 2026 : Bangkok - Guwahati 
ใช้บริการของสายการบิน AIR ASIA เที่ยวบินที่ FD-120 เวลา 21:55 - 23:10 ไปยังเมืองกูวาฮาติ (Guwahati) รัฐอัสสัม (Assam) ซึ่งถือเป็นประตูสู่ 7 รัฐสาวน้อยแห่งภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย
Overnight: Guwahati

Day 01 / MON 26 OCT 2026  : Guwahati - Cherrapunji (160 kms / 5 hours) 
หลังอาหารเช้า ออกเดินทางไปยังเมือง เชอร์ราปุนจิ (Cherrapunji) ซึ่งได้ชื่อว่า เป็น 'ดินแดนที่ชุ่มฉ่ำที่สุดในโลก' (The wettest place on the Earth)

ระหว่างทาง เยี่ยมชม น้ำตก Nohkalikai (น้ำตกที่สูงเป็นอันดับสี่ของโลก) ถ้ำหินปูนมอไซ (Mawsmai lime stone cave) จากนั้นเข้าที่พักในเชอร์ราปุนจิ

Overnight: Cherrapunji



Nohkalikai Falls / ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ท


Day 02 / TUE 27 OCT 2026 : Cherrapunji Double Decker Root Bridge 

หลังอาหารเช้า ออกเดินทางไปเยี่ยมชม "สะพานรากไม้สองชั้นแห่งเชอร์ราปุนจิ" (Cherrapunji Double Decker Living Root Bridges) สะพานรากไม้ที่โด่งดังและโดดเด่นที่สุดของรัฐเมฆาลัย (Meghalaya) การเดินขึ้นไปชมสะพานรากไม้สองชั้นนี้ต้องไต่บันไดถึง 3,500 ขั้น วันนี้ใช้เวลากับสะพานรากไม้นี้ทั้งวัน เข้าที่พักในเชอร์ราปุนจิ
Overnight: Cherrapunji

Day 03 / WED 28 OCT 2026 : Cherrapunji - Dawki - Mawlynnong  (76 Kms)

วันนี้ขับรถต่อไปที่ Dawki ซึ่งเป็นเมืองที่มีพรมแดนระหว่างอินเดียและบังคลาเทศ (ห่างจากหมู่บ้าน 18 กม.) ล่องเรือในแม่น้ำ Umngot ซึ่งทำหน้าที่เป็นแนวธรรมชาติแบ่งเขตแดนของเขากาสี (Khasi) และเทือกเขา Jaintia และเป็นที่กั้นพรมแดนอินเดียและบังคลาเทศ 

จากนั้น เดินทางต่อไปยังหมู่บ้าน Riwai สัมผัสกับสะพานรากไม้ที่มีชีวิตแบบชั้นเดียว (Single Decker Living Roots) แห่งเดียวที่หมู่บ้าน Riwai 
Overnight : Mawlynnong / Riwai


Dawki / ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ท 


Day 04 / THU 29 OCT 2026 : Cherrapunji - Shillong  (90 Kms / 4 Hours) 
ออกเดินทางไปยังเมือง ชิลลอง (Shillong) เมืองหลวงของรัฐเมฆาลัย (Meghalaya)

ชิลลอง เป็นเมืองที่อากาศเย็นและมีฝนตกชุก จึงมีชื่อเล่นว่า 'สก็อตต์แลนด์แห่งตะวันออก' (Scotland of the East) ใช้เวลาเดินทางราวๆ 3 ชั่วโมง แวะที่จุดชมวิวอันงดงามของทะเลสาบอูเมียม (ทะเลสาบที่มนุษย์สร้างขึ้นที่ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย) 

เข้าบ่ายเยี่ยมชม พิพิธภัณฑ์ดอน บอสโค (Don Bosco Museum) พิพิธภัณฑ์เรื่องราวและวิถีชีวิตของชนเผ่าและรัฐทั้ง 7 หรือรัฐ Seven Sister  นอกจากนี้ด้านบนยังสามารถมองเห็นวิวขิงเมืองชิลลองได้ด้วย ช่างเย็นเข้าที่พัก

Overnight: Shillong

Day 05 / FRI 30 OCT 2026 : Shillong - Nartiang - Shillong (65 Kms / 2 hours) 

ออกเดินทางไปยัง หมู่บ้านนาร์เตียง (Nartiang Monoliths) เยี่ยมชม 'กลุ่มเสาหินโบราณขนาดใหญ่ที่นาร์เตียง (Nartiang Megaliths)' สันนิษฐานว่าถูกสร้างขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1500 ถึง 1835 โดยกษัตริย์และชนเผ่าจันเทีย (Jaintia Kings) เพื่อรำลึกถึงบรรพบุรุษ

สมาชิกของตระกูลไจน์เทีย(Jaintia) ที่เสียชีวิตจะถูกเผาตามประเพณี “เนียมเตร ( Niamtre)" เถ้ากระดูกของพวกเขาจะถูกบรรจุไว้ในโลงศพหินขนาดใหญ่ที่ตั้งอิสระ ซึ่งสร้างจากแผ่นหินขนาดมหึมา โครงสร้างหินขนาดยักษ์เหล่านี้ซึ่งยังคงได้รับการอนุรักษ์ไว้จนถึงทุกวันนี้

เสาหินแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก คือ เสาหินแนวตั้ง (Menhirs หรือ Moo Shynrang) คือก้อนหินที่ถูกปักตั้งตรงเพื่ออุทิศให้กับบรรพบุรุษเพศชาย เสาหินที่สูงที่สุดมีความสูงถึง 8 เมตร และ แท่นหินแนวนอน (Dolmens หรือ Moo Kynthai) เป็นแท่นหินแบนราบวางบนหินก้อนเล็กกว่า ถูกสร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับสตรีและสะท้อนถึงประเพณีการสืบตระกูลทางฝ่ายแม่ (Matrilineal Society) ของชนเผ่า 

ที่นี่ถือเป็นหนึ่งใน 'แหล่งรวบรวมหินเมกะลิท (Megalithic sites)' ที่มีความสำคัญ ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 100 เมตร และได้รับการขนานนามว่าเป็น "สวนแห่งหินตั้ง" ซึ่งเป็นแหล่งรวบรวมหินขนาดมหึมา (Megalithic stones) ไว้มากที่สุดในจุดเดียว

จากนั้นกลับมาชิลและดื่มกินในคาเฟ่ชิคๆ ที่เมืองชิลลอง 

Overnight: Shillong

Day 06 / SAT 31 OCT 2026 : Shillong - Kaziranga National Park (280 kms / 6 Hours)

หลังอาหารเช้าเดินทางออกจากไปยังอุทยานแห่งชาติคาซิรังกา (Kaziranga National Park) 

ด้วยพื้นที่ 430 ตารางกิโลเมตร อุทยานแห่งชาติคาซิรังกาตั้งอยู่ใจกลางรัฐอัสสัม เป็นที่อยู่อาศัยของแรดนอเดียวที่ใหญ่ที่สุดในโลก (แรดนอเดียว - The Great One-Horned Rhino พบได้ที่เดียในอินเดีย คือ ในรัฐอัสสัมเท่านั้น) รวมถึงสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหลายชนิด เช่น เสือ ช้าง เสือดำ หมี และนกอีกหลายพันตัว ในปี 1985 UNESCO ได้ประกาศให้เป็นมรดกโลกเนื่องจากมีสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ถึงอุทยานแห่งชาติคาซิรังกาช่วงบ่าย รับประทานอาหารกลางวัน หลังจากนั้นออกไปซาฟารีทางฝั่งตัวันตกของอุทยานกันด้วยรถจี๊บ (มีช่วงเวลาประมาณ 2:00PM / 3:00PM) ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง ดูพระอาทิตย์ตกแล้วกลับมายังที่พัก

Overnight : Kaziranga



ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ท


Day 07 / SUN 01 NOV 2026 : Kaziranga - Guwahati ( 205 Kms / 4-5 hours) / Drop Airport
เช้าตรู่ออกไปซาฟารีบนหลังช้างเพื่อชมแรดนอเดียวตามธรรมชาติ (เวลาเยี่ยมชม คือ 05:00 / 06:00 AM/ 7:00 AM) ตัวจริงไม่ได้น่ากลัวเลย ออกจะน่ารักน่าชังด้วยซ้ำ ซาฟารีใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงบนหลังช้าง จากนั้นกลับมาอาบน้ำอาบท่า ทานอาหารเช้า และออกเดินทางจากอุทยานแห่งชาติคาซิรังกา เดินทางกลับกูวาฮาติ

ทานอาหารกลางวันพื้นเมืองของรัฐอัสสัมที่เมืองกูวาฮาติ ช่วงเย็นล่องเรือชมพระอาทิตย์ตกดินหรือล่องเรือดินเนอร์ในแม่น้ำพรหมบุตรที่ Alfresco Grand จากนั้นเดินทางกลับกรุงเทพด้วยสายการบิน Air Asia เวลา 23:40 บินตรงกลับกรุงเทพฯ

 


*ราคานี้ “รวม” 
• ค่าโรงแรมระดับ 3 ดาว สะอาด บรรยากาศดี พร้อมอาหารเช้า 

• ค่าเช่ารถพร้อมคนขับตลอดทริป 
• ค่าน้ำมัน ค่าทางด่วน ค่าจอดรถ และค่าภาษีต่างๆ 
• รวมค่าเข้าชมสถานที่ทุกแห่ง (ไม่รวมค่ากล้อง)
• ค่าซาฟารีดูแรดที่อัสสัม
• ค่าเทรคขึ้นไปดูสะพานรากไม้
• ค่าล่องเรือ (ถ้ามี)

*ราคานี้ “ไม่รวม” 
• ค่าตั๋วเครื่องบินและค่าวีซ่า 
• ค่าอาหารกลางวันและอาหารเย็น
• ค่ากล้อง 
• ค่าเครื่องดื่มต่างๆ 
• ค่าทริปเด็กเสิร์ฟ เด็กยกกระเป๋า และคนขับรถวันละประมาณ 100 รูปี/คน หรือตามความพึงพอใจ


การจองทริป


1. ส่งแบบฟอร์มยืนยันการเดินทางด้านล่าง /โทรฯ / แจ้งใน Facebook / ส่ง Line, E-mail คุยกับเราเพื่อยืนยันการเดินทาง
2. โอนมัดจำทริป 5,000 บาทเข้าบัญชีด้านล่าง (เงินมัดจำส่วนนี้ไม่คืนนะจ๊ะ) 
     น.ส. เนตรทราย อินทรเจริญศักดิ์ 
     ธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่ 372-217409-4 
     ธนาคารกสิกรไทย เลขที่ 568-2-05142-8

จำนวนเงินส่วนที่เหลือจ่าย 15 วันก่อนออกเดินทาง! 
3. จองตั๋ว จัดการวีซ่า แล้วก็ลุย!


 

เมฆาลัยในหมู่มวลเมฆ (Meghalaya)

สนใจลงชื่อเลยจ๊ะ
Visitors: 153,240