BLACKBUCK & WILD ASS
Day 0 / xxx : Bangkok - Ahmedabad
เดินทางโดยสายการบิน THAI AIRWAYS เที่ยวบินที่ TG-343 เวลา 20:30-23:55 ถึงเมืองอาห์เมดาบาด (Ahmedabad) เวลา 23:55 รถรอรับที่สนามบิน เข้าที่พัก
(Overnight in Ahmedabad)
Day 1 / 21 JAN 2027 : Ahmedabad Sight Seeing
เมืองอาห์เมดาบาดเป็นเมืองใหญ่ เป็นเมืองที่โดดเด่นด้วยตึกรามสมัยใหม่ แต่ภายในกำแพงเมืองเก่าก็ยังมีสถาปัตยกรรมแบบฮินดูผสมมุสลิมอยู่มากมาย
08:00 - 10:30 เดินชมเมืองเก่าของเมืองกับแพ็คเกจ Heritage Walk ชม Jumma Musjid มัสยิดที่เก่าแก่งที่สุดแห่งหนึ่งของอาห์เมดาบาด ห้องโถงมีเสารวม 260 ต้น
ไปดู มัสยิดแห่ง ซิดี้ ซาเย็ด (Mosque of Sidi Sayed) มัสยิดที่มีชื่อเสียงที่สุดในอาห์เมดาบาด ไฮไลท์สำคัญคือหน้าต่างทรงครึ่งวงกลมที่แกะสลักลวดลายต่างๆ ที่ดังสุดคือ บานที่แกะสลักรูปต้นไม้แห่งชีวิต (Tree of Life) เยี่ยมชม Hutheesing Jain Temple
แวะชม บ่อน้ำขั้นบันไดอะดาลัช (Adalaj Stepwell) ในกุจราชมีบ่อน้ำโบราณมากมาย แต่ละแห่งมีความโดดเด่นไม่ต่างกัน บ่อน้ำอะดาลัชมีรูปทรง 6 เหลี่ยมสร้างจากหินทราย มีความลึก 5 ชั้น มีบันไดลงสามด้าน ฝาผนังมีภาพแกะสลักเรื่องราวชีวิตประจำวันของชาวพื้นเมืองไว้ด้วย
แวะชม Dadar Havir Stepwell สร้างในปี 1485 โดยคุณหญิง Dhai Harir ภรรยาของ Mahmud Begada ข้างๆ มีสุเหร่าและสุสานที่ฝั่งร่างของเธออยู่ใกล้ๆ กันด้วย
(Overnight in Ahmedabad)
Day 2 / 22 JAN 2027 : Ahmedabad - Sidhpur (225 Kms / 4 Hours) - Patan (30 Kms)
ออกเดินทางไป เยี่ยมชม Haveli ที่เมือง Sidhpur เป็นเมืองต้นรากของมุสลิมดาร์วูดิโบห์ร่า (Darwoodi Bohra) ซึ่งส่วนใหญ่ไปทำการค้าขายในต่างประเทศ ต่างบ้าน ต่างเมืองจนมั่งคั่ง แล้วกลับหรือส่งเงินมาสร้างบ้านใหญ่โตหรูหราสไตล์ยูโรเปี้ยนไว้เรียงรายเป็นแถวในย่านมุสลิมของเมือง เดินเล่นแลพถ่ายรูป คฤหาสภ์ หรือ แมนชั่น หรือ ฮาเวลี่ (Haveli) สารพัดสีเฉดพาสเทลลูกกวาดเรียงรายกันอยู่ในระแวก 2-3 ย่านถนน บ้างก็มีคนอาศัยอยู่ บ้างก็ถูกปล่อยร้าง บ้างก็ปิดป้ายประกาศเวณคืนไปบ้างแล้ว
จากนั้นเดินทางต่อไปยังเมือง ปาตัน(Patan) เมืองที่เป็นที่ตั้งของ Rani Ki Vav (The Queen’s Stepwell) บ่อน้ำขั้นบันไดโบราณที่สุดวิจิตรงดงาม ขึ้นชื่อว่าเป็น “ราชินีแห่งบ่อน้ำในอินเดีย” ได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกเมื่อปี 2014 สร้างขึ้นตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 11 โดยราชินี Udayamati ถูกค้นพบในปี ค.ศ. 1958 หลังจากที่ถูกถับถมอยู่ใต้ดินนานนับร้อยปี Rani Ki Vav (Vav เป็นภาษาท้องถิ่นของกุจราช แปลว่า บ่อน้ำขั้นบันได) เป็นบ่อน้ำบันไดลงด้านเดียว ยาวประมาณ 64 เมตร กว้าง 20 เมตร และลึกถึง 27 เมตร มี 7 ชั้น แต่ละชั้นมีเสาแกะสลัก (ซึ่งบางส่วนได้หักโค่นและลายแกะสลักได้เลือนหายไปบ้างแล้ว) ผนังของทุกชั้นมีลวดลายแกะสลักเรื่องราวของเหล่าทวยเทพไว้อย่างปราณีตกว่า 500 ภาพ ดูได้ไม่เบื่อ บ่อน้ำชั้นที่ 4 มีความลึกที่สุดและเชื่อมต่อไปยังแทงค์น้ำทรงรีกว้าง 9.5 x 9.4 เมตร ลึก 23 เมตร ชั้นสุดท้ายของบ่อ มีประตูลับที่เชื่อมต่อไปยังอุโมงค์ยาว 30 กิโลเมตร ซึ่งสมัยนั้นกษัตริย์สามารถใช้เป็นช่องทางลี้ภัยทะลุออกไปยังหมู่บ้าน Sidhpur ที่อยู่ข้างๆ ได้ ปัจจุบันอุโมงค์นี้ได้ถูกดินโคลนทับถมหมดแล้ว
(Overnight in Patan)
Day 3 / 23 JAN 2027 : Patan - Modhera (34 Kms) - Safari Little Rann of kutch (100 kms)
เยี่ยมชมชม วัดโมเดห์ร่า (Modhera Sun Temple) สร้างขึ้นตั้งแต่ ค.ศ. 1026 เพื่อบูชาสุริยะเทพ แม้ว่าจะผ่ายการทำลายจากกกษัตริย์มุสลิมในสมัยก่อน และผ่านแผ่นดินไหวครั้งใหญ่มาแล้ว แต่วัดโมเดห์น่าก็ยังนับว่าเป็นวัดฮินดูที่มีลวดลายแกะสลักสวยงาม ปราณีวิจิตรอย่างยิ่ง มีบ่อน้ำกลางแจ้งอยู่กลางวัด มีขั้นบันไดที่สลักไว้อย่างสวยงามกลับไปเข้าที่พักที่เมืองปาตัน
เดินทางต่อไปยัง Little Rann of Kutch
ทานอาหารกลางวันที่โรงแรม / จากนั้นรวมออกไปซาฟารีกัน!!
ความมหัศจรรย์ของ Little Rann of Kutch (Rann เป็นภาษาอินเดีย แปลว่าทะละทราย Little Rann of Kutch แปลว่า ทะเลทรายน้อยแห่งคัทช์) คือ หน้าร้อนที่นี่จะเป็นทั้ง เขตอนุรักษ์สัตว์ลาป่า (Indian Wild Ass Sanctuary) ที่ใหญ่ที่สุดของอินเดีย กินพื้นที่สองรัฐ คือ กุจราชและราชาสถาน เมื่อถึงหน้าหนาวที่นี่จะกลายเป็นทะเลทรายเกลือสีขาวสะอาด สว่างไกลสุดลูกหูลูกตา ช่วงเช้าขึ้นจี๊ปชมลาป่าอินเดีย
(Overnight in Patdi / Bajana) near little rann of kutch